13 Responses to “บทเรียนจากสึนามิ และรถขนปลา”

  1. EddyTalk says:

    คิดและเห็นไปตรง(อย่างที่มันเป็น)…๑. คนไทยแท้ๆ นี่ล่ะครับ.. ที่เป็นโจรขโมยของยามที่ชาวบ้านประสบปัญหาน้ำท่วม! ๒.นักการเมืองไทยแท้ๆ นี่ล่ะครับที่กักตุนของบริจาคเพื่อเอาหน้ารอเวลาทีวีมาถ่าย ๓.ข้าราชการไทยแท้ๆนี่ล่ะครับที่ส่งมอบของบริจาคให้ทั่วถึง ๔.คนไทยแท้ๆ นี่ล่ะครับที่แม้นแต่ทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตก็หายไปยามประสบอุบัติเหตุ ฯลฯ ผมไม่ค่อยมีจริตมองทางบวกเท่าไหร่! แต่ก็ไม่คิดอะไรทางลบ… ชอบมองอย่างที่มันเป็น…เพียงเห็นแล้วทำธรรมสังเวชในใจ!ว่า…”รู้หนอ…รู้หนอ…รู้หนอ” แล้วก็(พยายาม)วางลง! ส่วนใหญ่ไทยแท้ๆ ทั้งนั้นล่ะครับอาจารย์ ^_^ (ปล.ขอบพระคุณสำหรับบทความดีๆ ที่แบ่งปันครับอาจารย์)

  2. EddyTalk says:

    คิดและเห็นไปตรง(อย่างที่มันเป็น)…๑. คนไทยแท้ๆ นี่ล่ะครับ.. ที่เป็นโจรขโมยของยามที่ชาวบ้านประสบปัญหาน้ำท่วม! ๒.นักการเมืองไทยแท้ๆ นี่ล่ะครับที่กักตุนของบริจาคเพื่อเอาหน้ารอเวลาทีวีมาถ่าย ๓.ข้าราชการไทยแท้ๆนี่ล่ะครับที่ส่งมอบของบริจาคไม่ทั่วถึง ๔.คนไทยแท้ๆ นี่ล่ะครับที่แม้แต่ทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตก็หายไปยามประสบอุบัติเหตุ ฯลฯ ผมไม่ค่อยมีจริตมองทางบวกเท่าไหร่! แต่ก็ไม่คิดอะไรทางลบ… ชอบมองอย่างที่มันเป็น…เพียงเห็นแล้วทำธรรมสังเวชในใจ!ว่า…”รู้หนอ…รู้หนอ…รู้หนอ” แล้วก็(พยายาม)วางลง! ส่วนใหญ่ไทยแท้ๆ ทั้งนั้นล่ะครับอาจารย์ ^_^ (ปล.ขอบพระคุณสำหรับบทความดีๆ ที่แบ่งปันครับอาจารย์)

  3. Nattima says:

    Thank you for sharing good thoughts. Watched the news yesterday about the Japanese rubber factory in the South has been hit be flood disaster and his rubber got stolen — sometimes I feel ashamed by being Thai.

    Kindly let me know if you may allow me to shore this article on facebook and social media ka.

    Sincerely,

    Nattima

  4. ป่าน says:

    เป็นจริงตามที่ว่าไว้จริงๆ ครับ โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีม เพราะอัตตาสูง ข้างนอกแข็ง ข้างในกลัว หรือไม่ก็ตกยุค ….

  5. ษมาภรณ์ says:

    อาจเป็นเพราะเราสบายกันจนเคยตัว ไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับภัยธรรมชาติ พ่อ-แม่ก็เลี้ยงดูแลลูกมากเกินจนไม่ให้ต่อสู้กับความยากลำบากและเราก็รับวัฒนธรรม
    ง่ายระบบการศึกษาไม่มีหลักแน่นอนขึ้นอยู่กับนโยบายทางการเมือง จนป่านนี้วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย หน้าที่พลเมือง วิชาศิลธรรม เด็กๆแทบไม่รู้จัก จึงไม่แปลกว่าเวียดนาม ลาว เขมร เขาก็กำลังจะแซงหน้าเรา ก็คงต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อนละ ช่วยกันคนละไม้ละมือเอาญี่ปุ่นเป้นบทเรียนที่ดีแก่เรา

  6. สิ says:

    เห็นด้วยมาก ๆ เลยค่ะ เริ่มหนักใจว่าถ้ามีลูกจะเลี้ยงหรือปลูกฝังลูกยังไงดี

  7. yainue says:

    อย่าหวังว่าสังคมหรือใครจะเปลี่ยนไปค่ะ…ประเทศจะเปลี่ยแปลงได้ต้องใช้เวลาโดยเริ่มต้นที่ตัวเราและคนรอบข้างค่ะ…..ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคะสอนค่ะ

  8. Danai says:

    เห็นด้วยครับ สอนโดยไม่ต้องสอน
    สอนโดยการทำให้ดู
    อยู่ด้วยการให้
    ด้วยหัวใจสีขาว …

  9. kenko says:

    คนเราแข่งขันกันที่เทคโนโลยีจนลืมพัฒนาจิตใจของตนเองให้สูงตามไปด้วย สังคมจึงเสื่อมลงทุกวัน

  10. ระอา says:

    เมืองไทยเหรอ ขนาดญาติพี่น้องทำงานด้วยกันยังมีปัญหาเลย โกงกันหน้าด้านๆ ไม่แคร์พี่น้องคนอื่น อ้างว่าตัวเองทำมากกว่า (เอาอะไรมาวัด) ก็ต้องได้ผลตอบแทนมากกว่าด้วยการเบิกเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว ขายของบริษัทแต่เงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวกลับโบ้ยให้เซ็นเช็คบริษัทจ่ายไป ฯลฯ เราไม่รู้ว่ารุ่นพ่อแม่เราทนได้อย่างไร แต่มาถึงรุ่นเราแล้วก็ควรหยุดซะที ไม่ใช่ส่งต่อนิสัยเลวๆ ให้ลูกตัวเองทำเหมือนกัน!!!

  11. คุณชญานุช(คุณหยก) says:

    อ่านแล้วได้ข้อคิดดีเหลือเกินค่ะ แต่ก็กังวลและเศร้าใจแทนสังคมไทยที่เปลี่ยนไป คงเป็นหน้าที่ที่เราต้องสอนลูกสอนหลาน ให้คืนกลับมาเป็นเด็กดี เป็นคนดี ที่มีน้ำใจแบบดั้งเดิม จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน?ก็ต้องทำ

  12. Aum says:

    จริงๆประเทศเรามีศักยภาพที่จะพัฒนาได้นะคะ จำได้ว่าตอนประถม เค้าว่าประเทศเราจะเป็นเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย แล้วดูทุกวันนี้จะแข่งกับใครดี เป็นไปได้เหรอที่คนระดับผู้บริหารประเทศจะไม่รู้ว่าระบบการศึกษาที่ดีเป็นยังไง การวางรากฐานให้กับเยาวชนของชาติมันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ แต่เดี๋ยวนี้ใครจะเป็นแบบอย่างล่ะ ครูรุ่นใหม่ก็มาจากคนที่ถูกหล่อหลอมมาให้เห็นแก่ตัว สิ่งที่ข้องใจที่สุดกับระบบการศึกษาไทยคือการเรียนพิเศษ ก็ในเมื่อหลักสูตรในรร.ก็มีเรียนอยู่แล้วทำไมต้องเรียนพิเศษอีก ครูก็ครูคนเดียวกับที่สอนในรร.นั่นแหละ กลายเป็นว่าพ่อแม่ต้องจ่ายเงิน 2 ต่อเพื่ออะไรก็ยังไม่รู้เลย

  13. ห้วนเสีย says:

    1.ไทยแท้ๆที่เป็นโจรจริงๆส่วนมากจะอยู่ในสภา
    2.ไทยแท้ๆที่เป็นโจรกระจอกหรือโจรฉาบฉวยด้วยขาดการปลูกฝังคุณธรรม
    อย่าลืมว่าเราตัดวิชาประวัติศาสตร์พุทธศาสนาออกไปพักนึง
    ช่วงนั้นเป็นสุญญากาศทางจริยธรรมของประเทศมันจะแสดงออกมามั่งแล้วมั้งครับ
    3.ช่วงที่ญี่ปุ่นประสพภัยแล้วพลเมืองเค้าแสดงออกอย่างนั้น
    อย่าลืมว่าญี่ปุ่นประสพภัยอย่างโชกโชนถ้าจะเทียบกันนั่นคือประเทศของผู้ประสพภัยมืออาชีพ
    บ้านเรายังสมัครเล่นอยู่เทียบชั้นกันแล้วยังห่างไกล
    และผมก็ไม่หวังให้เราเป็นระเบียบเพราะเจอกับภัยธรรมชาติบ่อยๆ อันนี้ยกให้เขาไปครับ
    4.ข้อดีของปะเทศเราเยอะจนสาธยายไม่หมด ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเสนอข้อดีของชนชาติอื่น
    แล้วลงท้ายด้วยการเหยียบย่ำชนชาติเดียวกันเองครับ บางตัวอย่างเขาเลวกว่าเราเยอะ
    บางที่เราก็ดีกว่าเขาจนเทียบไม่ได้ สำคัญว่าคนในชาติรู้จักหน้าที่ มีคุณธรรมกันมั่งก็น่าอยู่แล้วครับ

Leave a Reply